ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ กองพันเสนารักษ์ที่ 1 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ // 1st Medical Battalion 1st Division, King's Guard // Not for Self, But Others

 เกียรติประวัติหน่วย

 

 เกียรติประวัติหน่วย
                       ในปี  พ.ศ. ๒๕๑๗   ที่ประชุมสภากลาโหมได้มีมติให้ทหารใน   กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ ประดับอักษรพระปรมาภิไธยย่อ    ในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช   (ภปร.)  ดังนั้นในวันที่  ๒  เมษายน  ๒๕๑๗ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนา  กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์จึงกระทำพิธีประดับอักษรพระปรมาภิไธยย่อ  “ภปร.” ให้กับข้าราชการของหน่วยใน   กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์      ดังนั้นกองพันเสนารักษ์ที่ ๑ กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ จึงได้รับการประดับอักษรพระปรมาภิไธยย่อ  “ภปร.”   ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา  และในการประดับอักษรพระปรมาภิไธยย่อในครั้งนั้น  นอกจากจะมีนายทหารผู้ใหญ่ใน กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ แล้ว ยังมีนายทหารผู้ใหญ่ซึ่งเป็นนายทหารพิเศษประจำ 
กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์  ได้กรุณาให้เกียรติประดับร่วมด้วย คือ.
๑ พล.อ. กฤษณ์         สีวะรา          ผบ.ทบ.
๒ พล.ท. ประยูร        หนุนภักดี      ที่ปรึกษากองทัพบก
๓ พล.ท. ประเสริฐ      ธรรมศิริ       มทภ.๑

 

 วีรกรรม หรือการปฏิบัติงานที่สำคัญของหน่วย และกำลังพล
                    กองพันเสนารักษ์ที่ ๑ กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์  มีภารกิจในการให้บริการแพทย์ระดับกองพล    ดังนั้น จึงต้องให้การสนับสนุนทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา และในบางครั้งหน่วยต้องให้การสนับสนุนต่อการฝึกพิเศษ  หรือการปฏิบัติการของ ทบ. ด้วย  เช่น

- พ.ศ.๒๕๑๕  จัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ ๑  มว.รถยนต์พยาบาล  สนับสนุนการฝึกร่วม๒๕๑๕ (ฝร.๑๕)  ของ ทบ. ที่  อ. หล่มสัก   จว. เพชรบูรณ์
- พ.ศ.๒๕๑๖  จัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ ๑ มว.รถยนต์พยาบาลสนับสนุน  รพ.สนามที่ ๑ในการฝึกร่วม  ๒๕๑๖    (ฝร.๑๖)    ที่  อ. เชียงคำ  
จว. เชียงราย
- พ.ศ.๒๕๒๒   ถึง   พ.ศ.๒๕๒๔ จัดกำลังพร้อมยุทโธปกรณ์  ๑   กองพันเสนารักษ์ ขึ้นปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ  ตามแผนยอดฟ้า  ในพื้นที่ชายแดนไทย -  กัมพูชา   ที่   จว.ปราจีนบุรี   ตั้งแต่วันที่  ๑๖ ก.ค.๒๒   ถึง  ๒๔  มิ.ย.๒๔  รวมเวลา  ๑  ปี  ๑๑  เดือน  ๑๕ วัน  ตามคำสั่ง   ทภ.๑  ที่ ๙๓/๒๕๒๒ ลง ๑๓ ก.ค.๒๒
- พ.ศ.๒๕๒๖  จัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์  ๑ กองร้อยเสนารักษ์ สนับสนุนกองกำลังบูรพาในการปฏิบัติภารกิจ ตามแผนป้องกันประเทศ  ในพื้นที่ชายแดนไทย -  กัมพูชา   ที่   จว.ปราจีนบุรี     ตั้งแต่วันที่  ๒๗ ก.ย.๒๖   ถึง  ๓๐  ก.ย.๒๗   รวมเวลา  ๑  ปี  ๔ วัน   ตามคำสั่ง   ทภ.๑  ที่ ๔๑๖/๒๕๒๖ ลง  ๑๓ ก.ย.๒๖  
- พ.ศ.๒๕๒๙ จัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ ๑ กองร้อยเสนารักษ์ สนับสนุนกองกำลังบูรพาในการปฏิบัติภารกิจ ตามแผนป้องกันประเทศ  ในพื้นที่ชายแดนไทย -  กัมพูชา   ที่   จว.ปราจีนบุรี  ตั้งแต่วันที่  ๒๙ ก.ย.๒๙   ถึง  ๑  ต.ค.๓๐    รวมเวลา  ๑  ปี  ๒ วัน   ตามคำสั่ง   ทภ.๑  ที่ ๔๘๐/๒๕๒๙ ลง  ๑๖ ต.ค.๒๙
-  พ.ศ. ๒๕๔๘ ถึง ๒๕๔๙ จัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ ปฏิบัติราชการใน กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ ที่ ๑๙/๒๕๔๘
ลงวันที่ ๘ พ.ย.๔๘ และคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๐๐/๒๕๔๘ ลงวันที่ ๑๓ พ.ย.๔๘


การปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพในต่างประเทศ

- จัดชุดแพทย์ปฏิบัติหน้าที่ รักษาสันติภาพของสหประชาชาติในติมอร์ตะวันออก จำนวน ๓ ผลัด / ผลัดที่ ๑ ( ๑ ก.พ.๔๓ ถึง ๑ ส.ค.๔๓ ) ผลัดที่ ๓ ( ๑ ก.พ.๔๔ ถึง ๑ ก.ค.๔๕ ) ผลัดที่ ๔ ( ๑ ส.ค.๔๔ ถึง ๓๑ ม.ค.๔๕ ) จำนวน ๙ นาย
- จัดชุดแพทย์ ทบ.๑ สนับสนุนการปฏิบัติการเพื่อมนุษยธรรมสนับสนุน กกล.ฉก.๙๗๖ ไทย/อิรัก ผลัดที่ ๒ ตั้งแต่ ๑๙ มี.ค.๔๗ ถึง ๑๙ ก.ย.๔๗ จำนวน ๔ นาย
- จัดชุดแพทย์สนับสนุน ร้อย.ช.ผสมการปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพ ของสหประชาติ ณ ประเทศบุรุนดี ตั้งแต่ ๒๓ เม.ย.๔๘ ถึง ๒๖ ต.ค.๔๘ จำนวน ๗ นาย
- จัดชุดแพทย์ปฏิบัติหน้าที่ รักษาสันติภาพของสหประชาติในประเทศซูดาน ในอัตราของหน่วยแพทย์ ระดับ ๑ ผลัดที่ ๑ ตั้งแต่ ๘ ก.พ.๕๔ ถึง ๕ ส.ค.๕๔  จำนวน ๗ นาย
- จัดชุดแพทย์ร่วมการฝึก  ทางทหารอาเซียนด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการบรรเทาภัยพิบัติ ครั้งที่ ๒ ( 2nd ASEAN Milotaries Humantarian Assistance and Disaster Relief Exercise; 2nd AHX) และการฝึกทางการแพทย์ทหาร (Military Medicine; MM) ณ เมืองบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไน ดารุซาลาม ตั้งแต่ ๙ – ๒๒ มิ.ย.๒๕๕๖

 
  
พิธีตรึงหมุดและพิธีพระราชทานธงชัยเฉลิมพล 
            ธงชัยเฉลิมพล เป็นธงประจำหน่วยทหารที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ธงชัยเฉลิมพลถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของทหาร ที่ทหารทุกคนต้องเคารพสักการะ และพิทักษ์รักษาไว้ด้วย ชีวิต การปฏิบัติต่อธงชัยเฉลิมพลทุกขั้นตอน ต้องเป็นไปตามพิธีการ ระเบียบแบบแผนที่วางไว้อย่างเข้มงวด กวดขัน ในโอกาสที่จะเชิญธงชัยเฉลิมพลออกประจำที่ จะต้องเป็นพิธีการที่มีความสำคัญ เกี่ยวกับเกียรติยศ และเชิดหน้าชูตาเท่านั้น เช่น พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณ ตนของทหาร และไปราชการสงคราม เป็นต้น
".... ทหารย่อมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับที่จะป้องกันพระราชอาณาเขต และเป็นเหตุที่จะให้อำนาจบ้านเมือง กว้างขวางมั่นคงยั่งยืน ทหารไม่เป็นแต่สำหรับที่จะต่อสู้ในเวลาที่เกิดการศึกสงครามอย่างเดียว ย่อมเป็น ประกัน ห้ามการศึกสงคราม มิให้เกิดมีได้ด้วย เพราะฉะนั้นจึงต้องกล่าวว่า การที่มีทหารประจำรักษาพระราช อาณาเขต อันพรักพร้อมไปด้วยเครื่องศาสตราวุธ และมีความกล้าหาญนั้น เป็นเครื่องป้องกันการที่จะเกิด สงครามได้ เหตุฉะนี้กองทหารทั้งปวงจึงเป็นผู้มีความชอบอยู่เนืองนิตย์...." พระบรมราโชวาทตอนหนึ่งของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันพระราชทานธงชัย เฉลิมพลประจำกองทหารต่าง ๆ เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2434
ประวัติธงชัยเฉลิมพล
สมัยโบราณไทยได้ใช้เครื่องหมายแสดงหน่วยกองทหาร เป็นธงแสดงนามหน่วยกองทหาร และเป็นธงนำในการต่อสู้ ซึ่งทหารทุกคนจะต้องติดตามธงตนของตนขึ้นไปโดยมิลดละ ถือว่าธงอยู่ที่ไหนทหารต้องอยู่ที่นั่น สมัยโบราณการรบพุ่งกันกระทำในระยะไกล การใช้ธงแสดงที่ตั้งของหน่วยกองทหาร จึงเป็นประโยชน์แก่แม่ทัพที่จะเพ่งเล็งบังคับบัญชาสั่งการแก่หน่วยทหารของตนในสนามได้โดยสะดวก และธงเครื่องหมายนั้นแต่โบราณ ทหารไทยทุกคนถือว่าการรักษาไว้เป็นเกียรติแก่ตนมิยอมให้ธงตกไปอยู่ในเงื้อมมือของข้าศึกได้เป็นอันขาด ธงประจำกองทหาร ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ได้ใช้สีต่างๆ กัน ทำเป็นธงให้กับกองทัพ กองทัพละสี มาในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้สร้างธงมหามงกุฎประจำพระองค์ขึ้น พื้นธงสีแดง พื้นในสีขาวกลางมีพระมหาพิชัยมงกุฎและเครื่องสูง 7 ชั้น สองข้างเป็นธงประจำกองทหารเฉพาะที่ประทับในพระนคร แต่เวลาที่มีได้เสด็จประทับใน พระนครแล้ว ถ้ากองทหารมีความจำเป็นต้องใช้ธงประจำกอง มีบุษบกทรงอุณาโลมตั้งอยู่บนหลัง มีเครื่องสูง 7 ชั้น ตั้งอยู่ข้างหน้า ข้างหลัง ข้างละ 2 องค์แทน ในรัชกาลที่ 5 เมื่อปีพุทธศักราช 2428 ได้พระราชทานธงจุฑาธุชธิปตัย เป็นธงประจำกองทัพบก และต่อมาในพุทธศักราช 2432 โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนธงประจำกองทัพต่างๆ เรียกว่าธงไชยเฉลิมพล เป็นธงตราแผ่นดินพื้นสีแดง พระราชทานแก่กองทหารต่างๆ ถึงพุทธศักราช 2451 โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนธงไชยเฉลิมพลใหม่พระราชทานมีอักษรบรมนามาภิไธยย่อ จ.ป.รสีน้ำเงินและมีรัศมีกับจุลมงกุฎสีเหลืองอยู่บน และมีนามกรมทหารอยู่ใต้บรมนามาภิไธยย่อนั้น ถึงรัชกาลที่ 6 ในพุทธศักราช 2454 โปรดให้เปลี่ยนธงชัยเฉลิมพล เฉพาะที่มุมบนเบื้องซ้าย ให้ใช้อักษรพระบรมรามาภิไธยย่อ ร.ร.6 ด้านหลังกลางธงมีรูปช้างเผือกยืนบนแท่นกับ คาถาบทพาหุงฯ ทั้ง 2 ด้าน เป็นธงประจำกองทหารอาสาไปในสงครามโลกครั้งที่ 1 ณ ทวีปยุโรปด้วย
ต่อมาเมื่อประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตย และได้รับพระราชทานรัฐธรรมนูญชั่วคราวเมื่อ 27 มิถุนายน พุทธศักราช 2475 เป็นต้นมาแล้ว กระทรวงกลาโหมได้ปรับปรุงโครงการจัดกำลังกองทัพบกใหม่ให้เหมาะสมแก่กาลสมัย ในรัชกาลที่ 8 โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาธงชัยเฉลิมพลขึ้นใหม่ ผืนธงสี่เหลี่ยมจัตุรัสพื้นชนิดเดียวกับธงไตรรงค์ มีขลิบเหลืองรอบขอบธงทั้งสามด้าน กลางมีตราหมวกทหารบก สละชีพเพื่อชาติ นามกองพันที่ได้รับธงอยู่ข้างใต้ตราหน้าหมวกมุมเบื้องซ้าย มีอักษรพระบรมนามาภิไธยย่อ จ.ป.ร. มีรัศมีและมหาพิชัยมงกุฎอยู่เบื้องบนยอดคันธงเป็นพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในบรรณศาลา โบว์สีธงไตรรงค์ผูกจากปลายคันธงเป็นชายยาวห้อยลงมาถึงขอบล่างของผืนธง 2 ชาย พระราชทานเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พุทธศักราช 2475 ซึ่งเป็นวันตรงกับวันที่รัชกาลที่ 7 พระราชทานรัฐธรรมนูญชั่วคราว แก่กองทัพต่างๆ และได้ใช้มาจนถึงทุกวันนี้
ธงชัยเฉลิมพล เริ่มมีในกองทัพบก เดิมจำแนกออกเป็นสองชนิด คือ
ชนิดแรก แรก ธงชัยประจำกองทัพ อันได้แก่ ธงจุฑาธุชธิปไตย และ ธงไพชยนต์ธวัช
ชนิดที่สอง ธงชัยประจำกองทหาร 
ธงจุฑาธุชธิปไตย
นับเป็นธงชัยเฉลิมพลประจำกองทัพธงแรกของไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ได้ทรงสร้างขึ้น พระราชทานแก่กองทัพไทยเมื่อปี พ.ศ. 2418 เพื่อแทนพระองค์ไปในกองทัพ ที่ยกไปปราบพวกฮ่อที่เข้ามาก่อการจลาจลในแคว้นหัวพันทั้งห้าทั้งหก และแคว้นสิบสองปันนาของไทยใน ครั้งนี้
ธงไพชยนต์วัย
พระบาทเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2455 เพื่อพระราชทานให้เป็น ธงชัยเฉลิมพลประจำกองทัพอีกธงหนึ่ง คู่กับธงจุฑาธุชธิปไตย สำหรับธงไชยเฉลิมพลประจำกองทหาร องค์พระมหากษัตริย์จะโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้นพระราชทาน แก่หน่วยทหารเป็นคราว ๆ ละหลายธง และในคราวหนึ่ง ๆ ธงจะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน จะผิดกันในส่วนที่ เป็นนายหน่วยเท่านั้น
ธงชัยประจำกองหน่วยทหาร
ตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 ได้กำหนดประเภทของธงชัยเฉลิมพลไว้ 3 ชนิด คือ ธงชัยเฉลิมพลของทหารบก ธงชัยเฉลิมพลของทหารเรือ และธงชัยเฉลิมพลของทหารอากาศ ซึ่งมีลักษณะดังนี้
                            
ธงชัยเฉลิมพลของทหารบก
ธงชัยเฉลิมพลของทหารบก มีลักษณะอย่างเดียวกับธงชาติ แต่เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้างด้านละ 70 เซนติเมตร ตรงกลางของผืนธง มีอุณาโลมทหารบก และมีชื่อหน่วยทหารสีแดง ขลิบริมสีเหลือง เป็นแถวโค้งโอบใต้อุณาโลมทหารบก ผืนธงมุมบน ด้านที่ติดกับคันธง มีรูปพระมหามงกุฎ และเลขหมายประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์ ที่พระราชทานเป็นตัวเลขไทยสีเหลือง ภายใต้พระมหามงกุฎ มีพระปรมาภิไธยย่อสีแดง ขลิบริมสีเหลืองรัศมีสีฟ้า ขอบธงด้านที่ติดกับคันธง มีเกลียวเชือกสีแดงสลับดำ ด้านอื่นมีแถบจีบสีเหลือง กว้าง 2 เซนติเมตร ธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหาร ในกองบัญชาการทหารสูงสุด มีลักษณะอย่างเดียวกับธงชัยเฉลิมพลของทหารบก ตามวรรคหนึ่ง (มาตรา 14 พระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 วรรค 1 และวรรค 3 )
ธงชัยเฉลิมพลของทหารเรือ
ธงชัยฉลิมพลของทหารเรือ มีลักษณะอย่างเดียวกับธงชาติ แต่ตรงกลางของผืนธงมีรูปจักรแปดแฉก แฉกของจักร เวียนไปทางซ้าย และมีสมอสอดวงจักร ภายใต้พระมหามงกุฎ รูปเหล่านี้เป็นสีเหลือง ขอบธงด้านที่ติดกับคันธง มีเกลียวเชือกสีแดง (มาตรา 15 พระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522) หากจะกล่าวอีกนัยหนึ่งแล้ว ธงนี้ก็มีลักษณะอย่างเดียวกันธงฉานนั้นเอง
ธงชัยเฉลิมพลของทหารอากาศ
พลของทหารอากาศ มีลักษณะอย่างเดียวกับธงชาติ แต่เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้างด้านละ 70 เซนติเมตร ตรงกลางของผืนธง มีดวงกลมสีฟ้า ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 2 ใน 3 ส่วนของความกว้างของผืนธง ภายในดวงกลมมีอุณาโลมทหารอากาศ และมีชื่อหน่วยทหารสีแดง ขลิบริมสีเหลืองเป็นแถวโค้งโอบใต้ดวงกลมสีฟ้า ผืนธงมุมด้านบน ที่ติดกับคันธงมีรูปพระมหามงกุฎ และเลขหมายประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์ ที่พระราชทานเป็นตัวเลขไทย สีเหลือง ภายใต้พระมหามงกุฎ มีพระปรมาภิไธยย่อสีแดง ขลิบริมสีเหลืองรัศมีสีฟ้าขอบธงด้านที่ติดกับคันธงมีเกลียวเชือกสีแดงสลับดำ ด้านอื่นมีแถบจีบสีเหลืองกว้าง 2 เซนติเมตร (มาตรา 16 พระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522)
อย่างไรก็ตามในมาตรา 14 พระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 วรรค 2 ได้กำหนดให้ หน่วยทหารมหาดเล็ก รักษาพระองค์ ซึ่งมีธงชัยเฉลิมพล ของทหารบกแล้ว จะมีธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหารมหาดเล็ก รักษาพระองค์ เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งธงก็ได้
ธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหารเมหาดล็กรักษาพระองค์
มีลักษณะอย่างเดียวกับธงชาติ แต่กว้าง 70 เซนติเมตร ยาว 105 เซนติเมตร ตรงกลางของผืนธงมีรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สีแดงกว้าง 35 เซนติเมตร ยาว 52.5 เซนติเมตร ภายในรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า นี้มีรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นหันหน้าเข้าหาคันธง ผืนธงมุมบนด้านที่ติดกับ คันธงมีรูปพระมหามงกุฎ และเลขหมายประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์ ที่พระราชทานเป็นตัวเลขไทยสีเหลือง ภายใต้พระมหามงกุฎ มีพระปรมาภิไธยย่อสีเหลือง และมีชื่อหน่วยทหาร สีเหลืองเป็นแถวโค้งโอบใต้พระปรมาภิไธยย่อ ขอบธงด้านที่ติดกับคันธงมีเกลียวเชือกสีแดงสลับดำ ด้านอื่นมีแถบจีบสีเหลืองกว้าง 2 เซนติเมตร ธงนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เริ่มพระราชทานให้หน่วยมหาดเล็กรักษาพระองค์เมื่อ พ.ศ. 2496 โดยหน่วยทหารหน่วยแรกที่ได้รับพระราชทานคือ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
หมุด่อไป เป็นรูปเครื่องหมายของแต่ละเหล่าทัพ หมุดที่ ๑ อยู่บนสุดหมุดต่อไป เรียงลงมา ตามลำดับ ธงชัยเฉลิมพลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานไปแล้วนั้น เมื่อเกิดชำรุดหรือมีหน่วยทหาร เพิ่มขึ้นใหม่ กระทรวงกลาโหมจะนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานให้ทรงประกอบพระราชพิธีตรึงหมุด และพระราชทานธงชัยเฉลิมพลที่ได้สร้างขึ้นใหม่เป็นราชประเพณีสืบมา
พิธีพระราชทานตรึงหมุด
                            
ธงชัยเฉลิมพล ได้เข้าประกอบพิธีสำคัญทางศาสนา ในพระราชพิธีตรึงหมุด ธงชัยเฉลิมพล โดยองค์ พระมหากษัตริย์ ทรงประกอบพิธีนี้ในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ท่ามกลางพระสงฆ์ทรง สมณะศักดิ์ชั้นผู้ใหญ่ พระมหากษัตริย์ทรง ตรึงธงแต่ละผืนติดกับด้ามธง โดยทรงตอกค้อนเงินลงบนตะปูทองเหลืองอย่างแน่น ธงหนึ่งมีรูตะปูประมาณ 32-35 ตัว ที่ส่วนบนของคันธง จะมีลักษณะเป็นปุ่มโลหะกลึงกลมสีทองภายในกลวง ปุ่มกลมนั้นทำเป็นฝาเกลียวปิด-เปิดได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะทรงบรรจุ เส้นพระเจ้า (เส้นพระเกศาหรือเส้นผม) พร้อมด้วยพระพุทธรูปที่ได้เข้าพิธีพุทธาภิเษกแล้ว ชื่อพระยอดธงลงในปุ่มกลมแล้วทรงปิดฝาเกลียวขันแน่น ทรงเจิมแป้งกระแจะจันทน์ที่ยอดธงทุกคัน พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา ตั้งแต่เริ่มพิธีจนจบ
ความหมายสำคัญของธงชัยเฉลิมพล มี 3 ประการคือ 
- ผืนธง หมายถึง ชาติ
- บนยอดธงบรรจุพระพุทธรูป หมายถึง พุทธศาสนา
- เส้นผมพระเจ้าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หมายถึง องค์พระมหากษัตริย์
พิธีพระราชทานธงชัยเฉลิมพล 
  พระบาทสมเด็๗พระเจ้าอยู่หัวฯ จะทรงกระทำพิธีพระราชทานธงชัยเฉลิมพลให้กับหน่วยทหารต่าง ๆ ทุกกรมกองทหาร ทุกคนระลึกอยู่เสมอว่าธงชัยเฉลิมพลจะปลิวสะบัดอย่างสง่างาม เป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทยตลอดไป ตราบเท่าที่ประเทศไทยดำรงคงความเป็นเอกราชอยู่ได้ เป็นหน้าที่ของทหารที่จะต้องระวังรักษาธงชัยเฉลิมพลไว้ด้วยความเคารพรักและเทิดทูนไว้อย่างสูงยิ่ง เพราะธงชัยเฉลิมพลย่อมเป็นเกียรติยศของหน่วยทหารนั้น ๆ เมื่อเวลาเข้าสู่สงครามทหารทั้งปวง ต้องพิทักษ์รักษาธงชัยเฉลิมพลของ หน่วยตนไว้ด้วยชีวิต ธงชัยเฉลิมพลจึงเป็นเครื่องหมายของความองอาจ กล้าหาญ แห่งหมู่ทหารทั้งปวง ให้เข้าต่อสู้ ข้าศึกศัตรูให้ได้ชัยชนะกลับมา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานธงชัยเฉลิมพลประจำ กองทหาร ที่ใช้ในสงครามต่าง ๆ และหน่วยทหารที่ได้รับพระราชทาน ไปเป็นมิ่งขวัญแก่เหล่าทหารในสมรภูมินั้น ๆ มีดังนี้ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2461 จำนวน 2 ธง เพื่อใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 พระราชทานแก่กองทหารบกรถยนต์ และกองบินทหารบกของ ไทย ที่ส่งไปร่วมรบกับฝ่ายสัมพันธมิตร ในทวีปยุโรป ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2483 เพื่อใช้ในสงครามกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้นพระราชทานแก่ หน่วยทหารไทยในสงครามเกาหลี และสงครามเวียดนาม
(พระราชทานธงชัยเฉลิมพลแก่กองทหารบกรถยนต์ ที่สถานีรถไฟเมืองนอยสตัดส์)                                           
นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ยังได้โปรดเกล้า ฯ พระราชทานธงชัยเฉลิมพลให้กับหน่วย ทหารต่าง ๆ  ดังนี้ 
- ครั้งแรกสันนิษฐานว่าได้กระทำ เมื่อ 20 ตุลาคม 2471 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้เสด็จไปเป็นประธาน พิธีสวนสนามครั้งนี้ประกอบด้วย ทหารบก ทหารรักษาวัง และทหารเรือ ที่ประจำอยู่ที่กรุงเทพ ฯ ณ ลานพระราชวังดุสิต
- เมื่อ25 มกราคม 2496 พระราชทานแก่กองพันทหารบก ที่ยังไม่มีธงชัยเฉลิมพลประจำ รวม 40 กองพัน
- เมื่อ 16 ธันวาคม 2519 พระราชทานให้กับหน่วยทหารในกองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ และ กองทัพอากาศ รวม 21 หน่วย
- เมื่อ 19 มีนาคม 2524 พระราชทานให้กับกองพันในกองทัพบก 15 หน่วย
- เมื่อ 11 กรกฎาคม 2526 พระราชทานให้หน่วยทหาร 35 หน่วย เป็นหน่วยในกองทัพบก 31 หน่วย และ หน่วยในกองทัพอากาศ 4 หน่วย 
  - เมื่อ 19 มีนาคม 2530 พระราชทานแก่หน่วยทหารรวบ 50 หน่วย 
- เมื่อ 8 พฤศจิกายน 2534 พระราชทานแก่หน่วยทหารในกองทัพบก รวม 50 หน่วย
- และครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2557 ของหน่วยทหารในสังกัดกระทรวงกลาโหม เป็นครั้งที่ 8พระราชทานแก่หน่วยทหารจำนวน 63 หน่วย ประกอบด้วย หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ จำนวน 3 หน่วย กองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 1 หน่วย กองทัพบก จำนวน 32 หน่วย กองทัพเรือ จำนวน 25 หน่วย และกองทัพอากาศ จำนวน  หน่วย
ในการรับพระราชทานธงชัยเฉลิมพล
กองพันเสนารักษ์ที่ 1 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เข้ารับพระราชทานธงชัยเฉลิมพลจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราสฯ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นผู้แทนพระองค์ฯ ณ พระที่นั่งชุมสายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2557 ลำดับ ทบ.29 หมู่เชิญธงฯ ประกอบด้วย ผบ.หน่วย พ.ท.เฉลิมลักษณ์  มหิพันธ์, ร.อ.นนทพัทธ์  คำนนท์ นายทหารกำกับธงทางทางขวา, ร.ท.เดชบดินทร์ กล่อมเกลา นายทหารกำกับธงทางซ้าย, ผู้เชิญธง จ.ส.อ.สุวัชชัย  มูลโพธิ์, ผู้ช่วยผู้เชิญธง ส.ท.ธนวัฒน์  เทศจำปา  ซึ่งเมื่อหน่วยได้รับพระราชทานธงชัยเฉลิมพลมาประจำหน่วยแล้ว ได้นามาประดิษฐานไว้ที่กองบังคับการกองพันอย่างสมเกียรติ โดยปฏิบัติตามข้อบังคับกองทัพบกว่าด้วยการเก็บรักษาและการเชิญธงชัยเฉลิมพลโดยเคร่งครัด


 

MEDICAL1KG.THT.IN

กองพันเสนารักษ์ที่ 1 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ 35 หมู่ 6 ถนนพิชัยดาบหัก ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี 15000

The 1st Medical Battalion The 1st Division, The King's Guard
35 Village No"6, Pichai Dab Hak Road, Khaoamyod Sub-district, Mueang District, Lopburi Province Thailand 15000
036-785919 ทบ. 38149, 38322